HISTORY

ประวัติศาสตร์ มัน ใหญ่ มาก

BIG MOUNTAIN MUSIC FESTIVAL

Big Mountain Music Festival…มัน ใหญ่ มาก คือเทศกาลดนตรีที่มันใหญ่มากที่สุดในประเทศไทย
กำเนิดในปีพุทธศักราช 2553 โดยสังกัดเกเร บริษัทจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ และดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง
ด้วยความมุ่งหวังที่จะสร้างสรรค์เทศกาลดนตรีที่แตกต่างเพื่อสร้างประสบการณ์แปลกใหม่ให้ผู้ร่วมงาน
รายงานความเคลื่อนไหวของวงการดนตรีในแต่ละปีอย่างครอบคลุม เป็นกลาง ผ่านการแสดงสดของศิลปินหลากหลาย ไม่จำกัดค่ายหรือแนวดนตรี  อีกทั้งยังจัดบรรยากาศและทุกองค์ประกอบให้สอดคล้องกับ
ความต้องการของผู้ร่วมงานได้ทัดเทียมเทศกาลดนตรีในนานาประเทศ

 

Big Mountain Music Festival ....มัน ใหญ่ มาก
เป็นเทศกาลดนตรีที่รวบรวมศิลปินจากทุกสังกัด รวมทั้งศิลปินอิสระ ในประเทศไทยไว้มากที่สุด

เป็นเทศกาลดนตรีที่มีพื้นที่และผู้ร่วมงานมากที่สุด

เป็นเทศกาลดนตรีที่ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนมากที่สุด ทั้งไทยและต่างประเทศ
เป็นเทศกาลดนตรีที่มีสิ่งก่อสร้างประหลาด ใหญ่ และแปลกตาแต่โดนใจมากขึ้นทุกปี

นอกจากศิลปินในประเทศไทยแล้ว บิกเมาน์เทนฯ ยังปรารถนาที่จะสร้างความสัมพันธ์อันดีกับนานาประเทศโดยไร้พรมแดนทางดนตรีเสมอมา
 

 

 

 

 

History


5-6 กุมภาพันธ์ 2553
Big Mountain Music Festival 1
โบนันซ่า เขาใหญ่ จ. นครราชสีมา

จำนวนผู้ชม : 25,000 คน
จำนวนเต็นท์ : 4,000    หลัง
จุดเริ่มต้นของเทศกาลดนตรีขนาดใหญ่ ที่รวมศิลปินไม่จำกัดค่ายและแนวเพลง กว่า 130 ศิลปิน บนเวทีคอนเสิร์ตที่ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน อาทิ Forest Stage: เวทีที่มีทั้งชิงช้าสวรรค์ หอคอย และดอกไม้ยักษ์ Mountain Stage:เวทีที่มีวัวหน้าทะเล้นขนาดสูงเท่าตึก 5 ชั้น District9:ที่ยกยานอวกาศมาด้วย Dancing Tree:ต้นไม้เต้นได้ ผับอีแต๋น: รถบรรทุกสไตล์ไทยที่บรรทุกความสนุกแบบอินดี้สุดๆ Circus Pub: พร้อมเต็นท์และที่กางเต็นท์เพื่อคนรักเทศกาลดนตรีจะได้ใช้ชีวิตปาร์ตี้แบบลืมวันลืมคืนตลอด 48 ชั่วโมง ในพื้นที่กว่า 700 ไร่

 

 

10-11 ธันวาคม 2553

Big Moutain Music Festival 2
โบนันซ่า เขาใหญ่ จ. นครราชสีมา

จำนวนผู้ชม กว่า 40,000 คน
จำนวนศิลปินเกือบ 200 วงดนตรี
ตอกย้ำความสำเร็จด้วยการจัดเทศกาลดนตรีครั้งใหญ่เป็นครั้งที่สองในปีเดียวกัน และยังได้รับความนิยมล้นหลามจากเหล่าศิลปิน สื่อมวลชน และผู้ชม พร้อมเวทีที่คุ้นเคยแต่สนุกยิ่งกว่าเดิม เช่น Main Stage(Forest Stage), Cow Stage(Mountain Stage), District9, Dancing Tree,เวทีใหม่อย่าง Durian Stage ที่จัดระบบเสียง Surround 360 องศา ให้สัมผัสกันได้ทุกมิติเช่นเดียวกับหนามทุเรียน และ ผับอโคจร ที่เปลี่ยนวัฒนธรรมการดูคอนเสิร์ตไปแบบไร้กำแพงและฟอร์มใดๆ เพราะที่นี่ทุกคนสนุกปลิ้นได้อย่างเท่าเทียม พร้อมเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกอาทิ Toilet City ที่ทำให้บิกเมาน์เทนฯ เป็นเทศกาลดนตรีที่มีห้องนำเยอะที่สุดในโลก ป้ายรถเมล์หน้าเด้ง เพื่อให้เดินทางกันได้อย่างสะดวกและสบายใจ รวมทั้งริเริ่มจัดประกวดชิงแชมป์ข้าวไข่เจียวครั้งแรกในประเทศไทย เนื่องมาจากเมนูฮิตประจำงาน และกลายเป็นกิจกรรมประจำที่ได้รับความสนใจมากจนปัจจุบัน

 

10 – 11 ธันวาคม 2554
Big Mountain Music Festival 3
โบนันซ่า เขาใหญ่ จ. นครราชสีมา
           

จำนวนผู้ร่วมงาน กว่า 50,000 คน

จำนวนเต็นท์ กว่า 6,000 หลัง

หลังประสบความสำเร็จจากบิกเมาน์เทนมิวสิกเฟสติวัลสองครั้งซ้อน ด้วยจำนวนผู้ชมรวมกันกว่า 65,000 คน ศิลปินกว่า 400 วง ในพุทธศักราช 2554 เกเรทีม ผู้จัดเจ้าเดิม เริ่มศักราชใหม่ด้วยเทศกาลดนตรีน้องใหม่ Chick Mountain Music Festival...มัน ไก่ มาก เมื่อ 28 สิงหาคม 2554 ณ ค่ายฝึกนักศึกษาวิชาทหาร เขาชนไก่ ในแบบ Millitary Theme Park Music Festival  ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดี และสร้างกระแสเตรียมความพร้อมมันอีกครั้งใน Big Mountain Music Festival#3 ได้อย่างยิ่งใหญ่

Big Mountain Music Festival#3  แสดงให้เห็นการพัฒนาแบบก้าวกระโดดของเทศกาลดนตรี ลปรับผัง เปลี่ยนทางเข้า ขยับขยายเวทีเก่า สร้างเวทีใหม่ เพิ่มพื้นที่แสดงงานศิลปะ พร้อมศิลปินมากมายที่พร้อมใจขึ้นเวทีมอบความความบันเทิงให้ผู้ชมอย่างต่อเนื่อง 2 วัน 2 คืน  รวมทั้งขยายโซนกางเต็นท์รองรับผู้ร่วมงานที่หลั่งไหลมาจากทุกสารทิศทั่วไทย และทั่วโลก  


 

 

8-9 ธันวาคม 2555

Big Mountain Music Festival 4

เกิดขึ้นในวันที่ 8-9  ธันวาคม 2555 ณ โบนันซ่า เขาใหญ่จ. นครราชสีมา สถานที่เดิม โดยผู้จัดเจ้าเดิม

ด้วยจุดประสงค์เดิมที่จะมอบประสบการณ์แปลกใหม่และรายงานความเคลื่อนไหวในวงการดนตรีในรอบปี

Themeของ Big Mountain Music Festivalปีนี้ คือ เทศกาลดนตรีที่รวบรวมทุกเผ่าพันธุ์ เพื่อตอกย้ำความมุ่งหวังที่จะนำเสนอมิวสิกเฟสติวัลที่ไร้พรมแดนทางสังกัด แนวเพลง และสัญชาติ ซึ่งที่ผ่านมา นอกจากศิลปินไทยแล้ว บิกเมาน์เทนยังได้รับความร่วมมือจากศิลปินและประเทศเพื่อนบ้านทั้งในทวีปเอเชียและส่วนต่างๆ ของโลก เช่น ญีปุ่น (DJ USUI,Rieko,People Jam), มาเลเซีย (Hello, Is This The Band?), เยอรมนี (Diva Int.)ฯลฯ ด้วยความสมัครใจของศิลปินเองและองค์กรต่างๆ ที่สนับสนุน